บริการขนส่งสินค้าในประเทศ

บริการขนส่งสินค้าในประเทศระหว่างไปรษณีย์ไทย กับเอกชน แบบไหนดีกว่า

การเติบโตของระบบการขนส่งสินค้าในประเทศหรือที่เราเรียกว่าบริการขนส่งสินค้าในประเทศเติบโตขึ้นทุกวันพร้อมกับธุรกิจการบริการที่ต้องใช้การขนส่งก็เติบโตขึ้นทุกวันด้วยเช่นกัน หากมองในแง่เศรษฐศาสตร์  เมื่อ demand และ Supply เป็นไปในทิศทางเดียวกันจึงทำให้ทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการต่างก็มีความเติบโตทางธุรกิจด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งหากเรามองย้อนกลับไปในสมัยอดีตที่เราใช้บริการส่งพัสดุผ่านไปรษณีย์ไทยยังไม่มีบริการขนส่งสินค้าจากเอกชน ความสะดวกสบายในยุคนั้นก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีและรับได้ใน ระดับหนึ่งแต่เมื่อมี การบริการส่งสินค้าจากบริษัทขนส่งเอกชนจึงเกิดข้อเปรียบเทียบ ว่าเราควรเลือกใช้บริการทางไหนดีกว่ากันแล้วรูปแบบการบริการขนส่งสินค้าในประเทศระหว่างไปรษณีย์ไทยกับเด็กเอกชนอันไหนดีกว่ารูปแบบเป็นอย่างไรมีข้อแตกต่างยังไงวันนี้เราจะพาคุณไปดูคำตอบ ในเรื่องเหล่านี้กัน

การคำนวณค่าขนส่งระหว่างไปรษณีย์ไทยและบริษัทเอกชนต่างๆจะมีการคำนวณค่าขนส่งที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับลักษณะของบริการซึ่งการขนส่งผ่านไปรษณีย์ไทยสามารถทำได้ 2 วิธีคือแบบลงทะเบียนและแบบ EMS ค่าขนส่งจะคิดตามน้ำหนักของสินค้าทำให้สินค้าที่มีน้ำหนักมากจะมีค่าขนส่งสูงตามไปด้วยในส่วนของการขนส่งเอกชนจะมีการคิดค่าขนส่งแตกต่างกันออกไปตามผู้ให้บริการ เช่นคิดค่าขนส่งตามขนาดกล่องสินค้าและประเภทการให้บริการ มีการขนส่งแบบเหมาคันสำหรับขนส่งสินค้าหรือขนส่งด่วนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลรวมถึงขนส่งด่วนไปต่างจังหวัด 

บริการขนส่งสินค้าในประเทศ

ระยะเวลาในการขนส่ง ในส่วนของการใช้บริการไปรษณีย์ไทยขึ้นอยู่กับบริการที่เลือกและพื้นที่ปลายทางส่วนมากจะใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 3 วันเนื่องจากสินค้าต้องไปส่งที่จุดคัดแยกก่อนนำส่ง แต่ถ้าหากต้องการส่งสินค้าภายในวันเดียวผู้ส่งจะต้อง ส่งของที่จุดบริการก่อนเวลา 11:00 น และสามารถจัดส่งในรูปแบบวันเดียวได้เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น ส่วนการขนส่งสินค้าผ่านบริษัทเอกชนค่อนข้างมีความยืดหยุ่นและรวดเร็วมากกว่าเพราะผู้ใช้บริการสามารถเรียกรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอพพลิเคชั่นหรือการโทรศัพท์ติดต่อโดยตรงและยังมีการขนส่งแบบเหมาคันจึงทำให้ความรวดเร็วเพิ่มขึ้น

 ความปลอดภัยของสินค้า ถ้าหากเราเปรียบเทียบก็จะเห็นว่าสินค้าที่ใช้บริการขนส่งผ่านบริษัทเอกชนมีความปลอดภัยในเรื่องของการแตกหักเสียหายมากกว่าเพราะไม่ต้องส่งสินค้าไปจุดคัดแยก 

การบริการเพิ่มเติมในส่วนของไปรษณีย์ไทยเราต้องยอมรับว่ายังไม่มีการบริการเพิ่มเติมอื่นๆเป็นกรณีพิเศษมากมายนักแต่ในส่วนของบริษัทขนส่งเอกชนต่างๆมีการบริการเพิ่มเติมที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจ สำหรับผู้ที่ใช้บริการขนส่งเป็นประจำจะค่อนข้างคุ้มค่ามากซึ่งการบริการเพิ่มเติมต่างๆได้แก่การเพิ่มจุดส่งของได้หลากหลายจุดตามที่ต้องการและการรับประกันสินค้าในวงเงินที่สูงกว่าการส่งผ่านไปรษณีย์ EMS รวมถึงสามารถเหมารถรายวันได้มีการชำระค่าสินค้าปลายทางและมีการส่งคืนใบส่งสินค้า รูปแบบต่างๆเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการแก่ผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี